ปัดระเบิดปรมาณูไปญี่ปุ่น




ในบทความ “แม่ชีปัดระเบิด” ผมได้นำข้อความในหนังสือคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย หน้า  55-56  ลงไป และได้วิพากษ์วิจารณ์ไปบางส่วนแล้ว เหลือข้อความที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ดังนี้

เมื่อคราวที่พันธมิตรจะเอาระเบิดปรมาณูมาลงที่กรุงเทพฯ เพื่อทำลายฐานทัพของญี่ปุ่น หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านถามคุณยายว่า “ถ้าระเบิดปรมาณูมาลงที่กรุงเทพฯ ผลจะเป็นยังไงวะ

คุณยายก็นั่งเข้าที่ไปดู แล้วก็ตอบว่า  “โอ้โฮ้ ถ้าลูกนี้มาลงเมืองไทยล่ะก็ กรุงเทพฯ จะราบเป็นหน้ากลองทีเดียว ตึกรามบ้านช่องจะแหลกละเอียด ผู้คนก็จะล้มตายกันมากมาย

เมื่อเป็นเช่นนั้น หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงสั่งให้ปัดลูกระเบิด[]

เมื่อได้รับคำสั่ง คุณยายก็หยุดในหยุดเรื่อยไป ไม่ว่าลูกระเบิดจะลงมามากเพียงใด ท่านก็ประกอบวิชชาธรรมกายแก้ไขสิ่งที่เขาทำมาเข้าไปเรื่อยๆ

และทำได้สำเร็จด้วยอานุภาพของวิชชาธรรมกาย เมืองไทยจึงรอดพันจากระเบิดปรมาณูครั้งนั้นมาได้

ตรงเลข ๒ นั้น มีเชิงอรรถขยายความดังนี้

เรื่องการปัดระเบิดเป็นที่กล่าวขานกันมากในสมัยนั้น

มีทั้งพยานหลักฐานจากหนังสือต่างๆ และจากบุคคลที่อยู่ในละแวกเดียวกับวัดปากน้ำฯ ภาษีเจริญ ว่ามีคนมองเห็นร่างของแม่ชีลอยอยู่เหนือสะพานพุทธฯ  

เรื่องที่เป็นการโกหกจนเลยเถิดของคุณเควี่ยธัมมชโย  ข่าวดั้งเดิมนั้น ผมก็ได้อ่านอยู่ มีข่าวเพียงแต่ว่า เห็นแม่ชีวัดปากน้ำเหาะไปปัดระเบิดให้ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา

เรื่องเล่าทำนองนี้ คงเล่าต่อมากันเรื่อยๆ 

เรื่องโกหกนั้น มันมีธรรมชาติของมันอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เมื่อมีคนเชื่อ เรื่องที่เล่าก็จะวิจิตรพิสดารขึ้นไปเรื่อยๆ

นักจิตวิทยาพบสถิติที่น่าสนใจว่า บรรดาคนพูดโกหกจำนวนกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ หากพบว่าไม่มีใครจับได้ คนเหล่านั้นก็มีแนวโน้มจะพูดโกหกต่อไปเรื่อยๆ เพราะเห็นว่าการโกหกเป็นเรื่องธรรมดา [ที่มา: http://webboard.yenta4.com/topic/391731]

กรณีของคุณเควี่ยธัมมชโย เป็นการโกหกเพื่อหลอกลวงเอาเงินประชาชนเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่โกหกไปแล้ว  สาวกที่โง่เป็นควาย “เชื่อ” อย่างไม่สงสัยอะไร จึงเกิดความเมามันมากขึ้น 

จากระเบิดธรรมดาที่ตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จึงกลายเป็นระเบิดนิวเคลียร์ไปตกที่ฮิโรชิมากับนางาซากิ

อย่างที่ได้บอกไปแล้ว  การโกหกว่าแม่ชีจันท์ปัดระเบิดนิวเคลียร์ไปญี่ปุ่นนั้น เกิดจากความเมามันส่วนตัวของคุณเควี่ยธัมมชโย  แต่สาวกที่เป็นควายทั้งหลาย ไม่รู้เรื่อง จึงเอาเรื่องนี้มาเผยแพร่ไปทั่ว

การโกหกนั้น จึงเป็น “หอก” เข้าไปแทงยอดอกของคุณเควี่ยธัมมชโยเสียเอง เพราะ มันเป็นเรื่องเหลวไหลอย่างที่สุด ที่อเมริกาจะเอาระเบิดนิวเคลียร์มาทิ้งเมืองไทย 

ยิ่งกว่าเรื่องเด็กชายปลาบู่ หรือเรื่องเกาะภูเก็ตจมน้ำ

ข้อความที่ผมอยากจะให้สังเกตให้มากก็คือ ข้อความนี้

เมื่อเป็นเช่นนั้น หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงสั่งให้ปัดลูกระเบิด๒

เมื่อได้รับคำสั่ง คุณยายก็หยุดในหยุดเรื่อยไป ไม่ว่าลูกระเบิดจะลงมามากเพียงใด ท่านก็ประกอบวิชชาธรรมกายแก้ไขสิ่งที่เขาทำมาเข้าไปเรื่อยๆ

และทำได้สำเร็จด้วยอานุภาพของวิชชาธรรมกาย เมืองไทยจึงรอดพันจากระเบิดปรมาณูครั้งนั้นมาได้

จะเห็นได้ว่า คุณเควี่ยธัมมชโย ไม่เคยอธิบายได้เลยว่า “วิชาธรรมกายทำอย่างไร” เพราะ มันเป็นเรื่องโกหก 

คุณเควี่ยธัมมชโยไม่รู้เรื่องวิชาธรรมกายเลย โกหกอย่างเดียว

คุณยายจันท์ก็ไม่น่าจะรู้เรื่องของการโกหกอันใหญ่โตครั้งนี้ ถึงมาถามคุณยายจันท์ว่า ทำอย่างไร คุณยายจันท์ก็ตอบไม่ได้  เพราะ ในการทำวิชานั้น  ทำตามคำสั่งของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

เพื่อให้หลักฐานของผมแน่นหนาขึ้น ผมขออธิบายการทำฝนตกของวิชาธรรมกาย ดังนี้

ถ้าฝนแล้งนานๆ ซึ่งจะก่อความเดือดร้อนให้กับประชาชนแล้ว คุณลุงการุณย์จะทำให้ฝนตกเสมอ  วิธีการก็คือ

อาราธนาจักรพรรดิทั้งหมดตั้งเครื่องแล้วหมุนขวา หอบเอาน้ำในทะเลขึ้นไปบนท้องฟ้า

เป็นการอธิบายหลักการคร่าวๆ  เดี๋ยวไอ้พวกขี้สงสัยจะสงสัยว่า เป็นการหอบน้ำทะเลไปปล่อยเป็นน้ำลงมาเลย  แล้วจะสงสัยต่อไปว่า ทำไมน้ำฝนไม่เค็ม

หลักการทำให้ฝนตกของคุณลุงนั้น ก็ทำแบบธรรมชาติ  คือ ไอน้ำจากทะเลขึ้นไปเป็นเมฆ แล้วก็กลั่นตัวเป็นฝนตกลงมา

 แต่การทำฝนด้วยวิชาธรรมกายนั้น  กระบวนการฝนตกใช้เวลาน้อยกว่าธรรมชาติ แต่ต้องใช้ธรรมชาติเป็นตัวช่วย

สุดท้ายเลยก็คือ เชิงอรรถขยายความ ที่ว่า

เรื่องการปัดระเบิดเป็นที่กล่าวขานกันมากในสมัยนั้น

มีทั้งพยานหลักฐานจากหนังสือต่างๆ และจากบุคคลที่อยู่ในละแวกเดียวกับวัดปากน้ำฯ ภาษีเจริญ ว่ามีคนมองเห็นร่างของแม่ชีลอยอยู่เหนือสะพานพุทธฯ  

เรื่องจริงๆ ในยุคนั้นก็มีเพียงแค่นี้  แต่มันไม่ใช่เป็นหลักฐานที่ไปสนับสนุนการปัดระเบิดนิวเคลียร์ของแม่ชีจันท์ไปญี่ปุ่น 

เป็นเรื่องเล่า ที่ไม่ควรเอามาลงในหนังสือเสียด้วยซ้ำ..

หลวงพ่อคุมการปัดระเบิด



ในบทความ “แม่ชีปัดระเบิด” ผมได้นำข้อความในหนังสือคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย หน้า 55-56 ลงไปดังนี้

ดังนั้นในระหว่างที่สงครามโลกกำลังดำเนินอยู่ หลวงพ่อวัดปากน้ำจะคอยตรวจสอบเวลาที่เครื่องบินมาทิ้งระเบิด

ท่านจะถามพวกทำวิชชาว่า เครื่องบินจะมาทิ้งระเบิดเวลาไหน

ถ้าคุณยายตอบ ทุกคนจะเตรียมปิดไฟกันแล้ว เพราะทุกคนรู้ว่า ญาณทัสสนะของคุณยายแม่นมาก

หลังจากนั้น หลวงพ่อวัดปากน้ำจะควบคุมการปัดระเบิดเองทั้งหมด

เมื่อคราวที่พันธมิตรจะเอาระเบิดปรมาณูมาลงที่กรุงเทพฯ เพื่อทำลายฐานทัพของญี่ปุ่น หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านถามคุณยายว่า

ถ้าระเบิดปรมาณูมาลงที่กรุงเทพฯ ผลจะเป็นยังไงวะ

คุณยายก็นั่งเข้าที่ไปดู แล้วก็ตอบว่า  

โอ้โฮ้ ถ้าลูกนี้มาลงเมืองไทยล่ะก็ กรุงเทพฯ จะราบเป็นหน้ากลองทีเดียว ตึกรามบ้านช่องจะแหลกละเอียด ผู้คนก็จะล้มตายกันมากมาย

เมื่อเป็นเช่นนั้น หลวงพ่อวัดปากน้ำจึงสั่งให้ปัดลูกระเบิด[]

เมื่อได้รับคำสั่ง คุณยายก็หยุดในหยุดเรื่อยไป ไม่ว่าลูกระเบิดจะลงมามากเพียงใด ท่านก็ประกอบวิชชาธรรมกายแก้ไขสิ่งที่เขาทำมาเข้าไปเรื่อยๆ

และทำได้สำเร็จด้วยอานุภาพของวิชชาธรรมกาย เมืองไทยจึงรอดพันจากระเบิดปรมาณูครั้งนั้นมาได้

ตรงเลข ๒ นั้น มีเชิงอรรถขยายความดังนี้

เรื่องการปัดระเบิดเป็นที่กล่าวขานกันมากในสมัยนั้น

มีทั้งพยานหลักฐานจากหนังสือต่างๆ และจากบุคคลที่อยู่ในละแวกเดียวกับวัดปากน้ำฯ ภาษีเจริญ ว่ามีคนมองเห็นร่างของแม่ชีลอยอยู่เหนือสะพานพุทธฯ

เรื่องทั้งหมดทั้งปวงที่ยกไปข้างต้นนั้น  ขอยืนยันว่า เป็นเรื่องโกหกตอแหลหลอกลวงของคนสั่งเขียนคือ คุณเควี่ยธัมมชโยทั้งนั้น 

คนเขียนหนังสือนั้น เขียนตามความโง่ของคุณเควี่ยธัมมชโยเท่านั้น

ข้อความนี้

ดังนั้นในระหว่างที่สงครามโลกกำลังดำเนินอยู่ หลวงพ่อวัดปากน้ำจะคอยตรวจสอบเวลาที่เครื่องบินมาทิ้งระเบิด

ท่านจะถามพวกทำวิชชาว่า เครื่องบินจะมาทิ้งระเบิดเวลาไหน

ถ้าคุณยายตอบ ทุกคนจะเตรียมปิดไฟกันแล้ว เพราะทุกคนรู้ว่า ญาณทัสสนะของคุณยายแม่นมาก หลังจากนั้น หลวงพ่อวัดปากน้ำจะควบคุมการปัดระเบิดเองทั้งหมด

ก่อนอื่นขออธิบายธรรมชาติของวิชาธรรมกายอย่างหนึ่งที่บุคคลภายนอกไม่รู้เรื่องเลย บุคคลภายในหลายๆ คนก็ไม่รู้เรื่อง

ทำไม หลวงพ่อวัดปากน้ำ “ท่านจะถามพวกทำวิชชาว่า เครื่องบินจะมาทิ้งระเบิดเวลาไหน”  หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านเป็นอาจารย์ ทำไมจะต้องมาถามลูกศิษย์ด้วย 

แล้วเรื่องที่ถามนั้น เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ไม่ใช่เรื่องที่ตรวจสอบความรู้ของนักเรียนตามปกติ

คำตอบก็คือ ในทางวิชาธรรมกายนั้น “รู้เห็นด้วยญาณ[ญาณทัสสนะ] นั้น ต้องมีการตรวจสอบตลอดเวลา 

1) ตรวจสอบจากความเป็นเหตุเป็นผลของตำรา  ถ้า “รู้เห็นด้วยญาณ” นั้นผิดหลักเหตุผล ต้องไม่เชื่อเอาไว้ก่อน

2) ตรวจสอบกับบุคคลอื่น

ทำไมจะต้องตรวจสอบด้วย  ที่ต้องตรวจสอบก็เพราะ มารมันสามารถจูงรู้ จูงญาณให้เราเห็นผิดไปจากความจริงตลอดเวลา

สำหรับข้อความที่ว่า “เพราะทุกคนรู้ว่า ญาณทัสสนะของคุณยายแม่นมาก” นั้น  ไม่จริง เป็นการเขียนเพื่ออวดโอ้ความเก่งกาจของแม่ชีจันท์จนเกินขอบเขต

แม่ชีจันท์ไม่ได้เป็นหัวหน้าเวรในการปราบมาร หัวหน้าเวรมี 6 คน ดังนี้

1. แม่ชีปุก มุ้ยประเสริฐ
2. แม่ชีถนอม อาสไวย์
3. แม่ชีญาณี ศิริโวหาร
4. แม่ชีชั้น จอมทอง
5. คุณครูฉลวย สมบัติสุข
6. คุณครูตรีธา เนียมขำ

แม่ชีจันท์เป็นรองหัวหน้าเวร ในเวรที่แม่ชีถนอม อาสไวย์ เป็นหัวหน้าเวร 

อย่างไรก็ดี ก่อนที่แม่ชีถนอม อาสไวย์ จะมาเป็นหัวหน้าเวรนั้น  แม่ชีจันท์ก็รักษาการตำแหน่งอยู่นานเหมือนกัน

การแต่งตั้งแม่ชีถนอม อาสไวย์เป็นหัวหน้าเวรนั้น  หลวงพ่อวัดปากน้ำได้เรียกประชุม และให้หัวหน้าเวรไปถามพระพุทธเจ้า 

หัวหน้าเวรทุกท่านบอกหลวงพ่อวัดปากน้ำว่า พระพุทธเจ้าให้แม่ชีถนอมเป็นหัวหน้าเวรที่ว่างอยู่

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า แม่ชีจันท์บารมีไม่เพียงพอที่จะเป็นหัวหน้าเวร  การที่หลวงพ่อวัดปากน้ำให้หัวหน้าเวรไปถามพระพุทธเจ้าก็เป็นหลักของการบริหารบุคคล  แม่ชีจันท์รักษาการมานาน อยากได้ตำแหน่งนี้มาก

สำหรับข้อความที่ว่า “หลวงพ่อวัดปากน้ำจะควบคุมการปัดระเบิดเองทั้งหมด” นั้น  ไม่จริง เป็นการเขียนเกินเหตุ

การเกิดสงครามนั้น เป็นกรรมที่คนอยู่ในบริเวณสงครามจะต้องได้รับ  หลวงพ่อวัดปากน้ำทำได้เพียงรักษาวัดปากน้ำเท่านั้น 

ข้อเท็จจริงก็เห็นๆ กันอยู่ว่า กรุงเทพฯ โดนระเบิดลงไปหลายที่หลายแห่ง  แต่วัดปากน้ำไม่โดนระเบิดเลย

หลวงพ่อวัดปากน้ำต้องการจะช่วยคนไทยทั้งประเทศนั่นแหละ แต่มันเกินความสามารถของท่าน เพราะ กรรมของใคร ใครก็ต้องได้รับ

การช่วยให้ใครรอดมาได้ ก็ต้องมีเหตุ เช่น เป็นญาติ เป็นเพื่อน เป็นบุคคลที่อยู่ในวัด....

ต้นแหล่งแม่ชีปัดระเบิด




ในบทความ “แม่ชีปัดระเบิด” ซึ่งหมายถึงระเบิดปรมาณู มีความเป็นมายาวนาน แต่ในปัจจุบันนี้ ข้อความดังกล่าวอยู่ในหนังสือ “คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย”

หนังสือฉบับที่ผมดาวน์โหลดมานี้ เป็นการพิมพ์ครั้งที่ 2 

เป็นการจัดพิมพ์เพื่อระลึกถึงวันตายของแม่ชีจันท์  การพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2541 เป็นการพิมพ์ในวาระครบอายุ 90 ปีของแม่ชีจันท์

สิ่งที่น่าให้ความสนใจก็คือ ข้อความนี้

มีท่านผู้รู้ และผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายท่านเมตตาให้คำชี้แนะว่า ยังมีข้อมูลที่ต้องเพิ่มเติมแก้ไขอีกหลายประการ

ในความเป็นจริงแล้ว ผมเห็นว่า “มีข้อความที่ต้องโกหกเพิ่มเติมอีกหลายประการเสียมากกว่า” 

เอาคำสัมภาษณ์ของพระอดิศักดิ์ ผู้ร่วมก่อตั้งวัดไชยบูลย์ที่ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจมาเป็นหลักฐานดีกว่า



สยามธุรกิจ : แล้วกรณีแม่ชีจันทร์สถานะในวัดเป็นอย่างไร

พระอดิศักดิ์ : จุดเริ่มต้นจริงๆ ต้องไปกล่าวย้อนถึงในสมัยโน้นตอนที่นายไชยบูรณ์ เป็นนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แกก็ไปอ่านวิปัสนาบันเทิงสารของแม่ชีวรมัย กบิลสินธ์ ซึ่งเขียนว่าวัดปากน้ำมีแม่ชีปฏิบัติธรรมมะ และมีคุณวิเศษเกิดขึ้น และแกก็เขียนเป็นวิปัสสนาบันเทิงสาร

ซึ่งเราก็ต้องเข้าใจว่า มันมีลักษณะเป็นนิยายอิงความจริงบ้าง

เขาบอกว่ามีแม่ชีเหาะขึ้นไปบัดระเบิดบ้าง และอ้างถึงว่ามีแม่ชีไม่รู้อ้างถึงชื่อรึเปล่าไม่ทราบ อาจจะอ้างถึงแม่ชีจันทร์ขึ้นไปบัดระเบิด

เสร็จแล้วนายชัยบูรณ์จึงเกิดติดอกติดใจแบบเด็กหนุ่มยังเรียนหนังสืออยู่ ก็รีบเลยเพราะอยากจะเป็นผู้วิเศษบ้าง ก็มาวัดปากน้ำ และถามหาแม่ชีจันทร์

 ก็เจอแม่ชีคนหนึ่ง ซึ่งผอมหน้าตาก็เป็นแม่ชีบ้านนอก พูดจาไม่ค่อยชัดหนังสือก็อ่านไม่ออก ก็มีความรู้สึกว่าคนนี้บริสุทธิ์ดี

ก็ถามหาแม่ชีจันทร์ที่เขาบอกว่า ปัดระเบิดได้ ยายนี่ก็เลยสวมรอย ว่าฉันนี้คือแม่ชีจันทร์

แล้วก็ไม่มีสอบประวัติใด แล้วก็กราบก้นโด่ง ในที่สุดก็ยกย่องเป็นครูบาอาจารย์

สอนสมาธิ สอนต่างๆ และแกก็รับสมอ้างเป็นศิษย์เอกวัดหลวงพ่อปากน้ำ

จริงแล้วแม่ชีจันมีจริงแต่ตายไปแล้วถ้าอยู่ป่านนี้ก็อายุ 100 กว่าแล้ว

แม่ชีจันทร์ท่าน เก่งจริงๆ เป็นที่ยกย่อง แต่แม่ชีนี้ก็เก่งเหมือนกันคือ ตอแหล คือ อยากดัง ก็เลยร่วมมือกับนายชัย บูรณ์ นายเผด็จ เขียนนวนิยายปัดระเบิดปรมาณูไปลงที่ฮิโรชีม่า กับนางาซากิ

อาตมาก็อยากจะ ถามว่าถ้ามีความสามารถทำได้ ไม่รู้หรือว่าระเบิดนั้นฆ่าคนได้ แล้วเมื่อปัดไปลงที่นั้น มีคนตายเป็นแสนๆ คน แกไม่เกิดความสลดใจบ้างหรือ

แทนที่จะเป็นเช่นนั้นกลับชื่นชมกันใหญ่มีความรู้สึกว่ายิ่งใหญ่เหลือเกินที่ฉันสามารถปัดระเบิดไปลงที่นั่นคนตาย กันเกลื่อน

คนที่มีคุณธรรมเนี่ยที่มีธรรมะอยู่ในใจควรจะสังเวชต่อบาปกรรมที่ตัวเองทำหรือไม่ แต่ถ้าทำไม่ได้แสดงว่า นี่คือนวนิยายโกหกตอแหล

เพื่ออะไรเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ เพื่อสร้างทรัพย์สมบัติ สร้างเงินสร้างทอง เกียรติยศให้กับตนเอง นี่คือความเท็จเป็นการหลอกลวงชาวบ้าน

ขอบอกก่อนเลยว่า พระอดิศักดิ์รูปนี้ ด้วยความเกลียดชังคุณเควี่ยธัมมชโยอย่างหนัก จึงให้ข้อมูลที่ผิดพลาดไปมาก  คือ ข้อมูลนั้นมีทั้งจริง ทั้งเท็จปนกันไปหมด

อย่างเช่นแม่ชีจันท์ตัวปลอมนั้น ไม่จริงนะครับ 

แม่ชีจันท์ตัวจริงเสียงจริงก็มีคนเดียวนั่นแหละ ไม่รู้พระอดิศักดิ์ให้ข้อมูลผิดเพี้ยน หรือหนังสือพิมพ์เอาไปลงผิดเพี้ยน

แต่ข้อมูลนี้มีส่วนจริงคือ ในระยะแรก มีข่าวเฉพาะแม่ชีวัดปากน้ำขึ้นไปปัดระเบิด “ธรรมดา” เท่านั้น ยังไม่ใช่การปัดระเบิดปรมาณู

เรื่องแม่ชีวัดปากน้ำปัดระเบิดนี้ เมื่อผมอ่านครั้งแรก ไม่ใช่อยู่ในหนังสือ “คุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย” เล่มนี้  อยู่ในหนังสืออื่น

และรู้สึกว่า จะได้ลงนิตยสาร “โลกทิพย์” ด้วย 


สำหรับหนังสือวิปัสนาบันเทิงสาร ผมไม่เคยได้อ่านวารสารตัวจริงเลย  ก็เพิ่งรู้ว่ามีหนังสือวิปัสสนาบันเทิงสารก็ตอนมาอ่านเพื่อค้นคว้าเรื่องนี้นี่แหละ

แม่ชีปัดระเบิด


คำว่า “แม่ชี” ในแม่ชีปัดระเบิด หมายถึง คุณยายจันท์ ขนนกยูง” ซึ่งเป็นอาจารย์ของคุณเควี่ยสมีไชยบูลย์

ความที่ไชยบูลย์ต้องการหลอกลวงเงินของประชาชน แต่ตัวคุณเควี่ยสมีไชยบูลย์เอง ไม่มีวิชาธรรมกายในตัวเองเลย

กล่าวคือ ดวงธัมมานุปัสนาสติปัฏฐาน หรือดวงปฐมมรรคก็ไม่เคยเห็น  กายธรรมก็ไม่เคยเห็น วิชา 18 กายก็ไม่เคยผ่าน  คุณเควี่ยสมีไชยบูลย์ก็เลยสร้างเรื่อง “โกหก” อันยิ่งใหญ่  คือ สร้างเรื่องให้คุณยายจันท์เก่งกาจเหนือมนุษย์ 

จึงเกิดเรื่อง “แม่ชีปัดระเบิด” นี้ขึ้นมา

ถ้าถามว่า ทำไมจะต้องเป็นคุณยายจันท์  คำตอบก็คือ  คุณยายจันท์อ่านหนังสือไม่ออก  คุณเควี่ยสมีไชยบูลย์จะโกหกไปอย่างไร  คุณยายจันท์ก็ไม่รู้เรื่อง

สาเหตุที่ต้องมาเขียนเรื่องนี้ของผมก็คือ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้มีผู้มาด่าคุณเควี่ยสมีไชยบูลย์ แล้วพาลด่าวิชาธรรมกายเข้าไปด้วย

ดูจากเอกสารเผยแพร่เลยก็แล้วกัน  ขอให้ผู้อ่านโดยละเอียดด้วย เพราะ คุณเควี่ยสมีไชยบูลย์โกหกมากมายหลายเรื่องในเนื้อหา 2 หน้ากระดาษนี้


สำหรับข้อมูลที่ผมจะนำมาเป็นหลักฐานว่า “แม่ชีปัดระเบิด” ไม่มีในวัดปากน้ำ ก็นำมาจากหนังสือเรื่อง “ มุมหนึ่งของวัดปากน้ำ แม่ชีถนอมเล่าให้ฟัง”  ดังนี้

๖๕. “เรื่องควันหลงแห่งสงครามโลกครั้งที่ ๒ หลวงพ่อถามรู้ญาณจากแม่ชีจันท์ ขนนกยูง

แม่ชีจันท์ท่านเล่าให้ลุงฟังเอง คือเรื่องสงครามโลกครั้งที่ ๒ สัมพันธมิตรกับญี่ปุ่นรบกันแต่ต้องผ่านประเทศไทย เป็นเหตุการณ์แต่ปีใด? ลุงจำไม่ได้ แต่ลุงจำได้ว่า เมื่อตอนที่ลุงเป็นเด็กเล็ก ยังไม่ได้นุ่งผ้า ต้องคอยฟังคุณพ่อจะสั่งให้หลบภัย หากได้ยินเสียงหวูดเตือนจากโรง ไฟฟ้าของเทศบาล

เมื่อโรงไฟฟ้าปล่อยเสียงหวูด แปลว่า เครื่องบินจะมาทิ้งลูกระเบิด ให้ประชาชนเตรียมเข้าที่หลบภัย นี่คือเรื่องในตอนที่ลุงเป็นเด็กน้อยที่ลุงจำเหตุการณ์ได้ และนี่ก็คือบรรยากาศของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในบ้านนอก

ส่วนบรรยากาศในกรุงเทพจะเป็นอย่างไร? ลุงไม่ทราบ เพราะลุงยังเป็นเด็ก

กล่าวถึงการทำวิชาสู้สงครามของหลวงพ่อ แม่ชีจันท์เป็นผู้เล่า ท่านบอกว่า การทำวิชาวันนั้น หลวงพ่อท่านถามรู้ญาณแม่ชีจันท์ว่า

จันท์ ... ถ้าเรารบไม่ชนะในวันนี้ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร?”

แม่ชีจันท์ตอบว่า

กรุงเทพจะเป็นทะเลเพลิงเจ้าค่ะ

เพียงเท่านั้นเอง หลวงพ่อก็เดินไปที่ประตูโรงงานทำวิชาอย่างทันใด กดล็อคกุญแจปิดประตูโรงงานทำวิชา แล้วกลับมาสั่งวิชาแก่คณะทำวิชา

การทำวิชาดำเนินไปถึงเวลาประมาณ ตี ๑ วิทยุกระจายเสียงประกาศว่า ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้สงคราม

หลวงพ่อจึงสั่งคณะทำวิชาให้หยุดพักการทำวิชาในคืนนั้น ให้พวกเรากลับไปที่พักเพื่อหลับนอนพักผ่อน ส่วนการทำวิชาวันอื่นค่อยว่ากันใหม่ แล้วหลวงพ่อก็ไปไขกุญแจให้ทุกประตู หากไม่ไขกุญแจ พวกเราก็เข้าออกไม่ได้

ทำไมหลวงพ่อไปกดล็อคกุญแจด้วยตนเอง? การกดล็อคกุญแจประตูเข้าออกโรงงานทำวิชา หมายถึงว่า เข้าออกกันไม่ได้ในระหว่างนั้น นี่คือหลวงพ่อยอมตายแล้ว

ถ้าทำวิชาคืนนี้ ไม่ชนะ ท่านและศิษย์ผู้ร่วมทำวิชาขอยอมตาย เพราะเหตุนี้เองหลวงพ่อจึงไปกดล็อคกุญแจด้วยตนเอง โดยที่คณะศิษย์ผู้ร่วมทำวิชาไม่รู้ เพิ่งมารู้ความต่อเมื่อหลวงพ่อไปเปิดกุญแจ

พอรู้ความแล้ว ต่างคนต่างใจหาย นี่คือเรื่องเล่า บ่งบอกถึงแม่ชีจันท์มีรู้ญาณเที่ยงตรง หลวงพ่อท่านทราบว่า วันนี้รู้ญาณของแม่ชีจันท์ใช้การได้ ท่านจึงถาม ไม่ได้ถามคนอื่นเลย

เรื่องนี้เป็นคติแก่เราผู้ทำวิชาว่า หากถึงเรื่องสำคัญ เราต้องเดินวิชากันให้จริง จะทำแบบเหยาะแหยะไม่ได้ ถ้าเดินวิชาแบบตามใจฉัน เราจะแพ้มาร เราต้องเดินหน้ากล้าตายแล้วเราก็ชนะ ดังเรื่องราวที่เล่านี้

เรื่องจริงๆ เป็นแค่นั้นแหละ 

เมื่อสร้างวัดแรกๆ คุณเควี่ยสมีไชยบูลย์ ไม่เคยให้ความสำคัญกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ในวัดไชยบูลย์แทบจะไม่มีรูปของหลวงพ่อวัดปากน้ำ

คุณเควี่ยสมีไชยบูลย์ โปรโมทแต่คุณยายจันท์ เพื่อที่จะให้ความศักดิ์สิทธิ์ของคุณยายจันท์ลามไปถึงมัน

แล้วขอให้ดูข้อความนี้ด้วย เพราะเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของผู้ฝึกวิชาธรรมกายที่คนอื่นไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ “วันนี้รู้ญาณของแม่ชีจันท์ใช้การได้ ท่านจึงถาม ไม่ได้ถามคนอื่นเลย

การฝึกวิชาธรรมกายนั้น  ไม่ใช่ว่าเราจะปฏิบัติได้มาตรฐานเดียวกันหรือดีขึ้นทุกวัน  บางวันนั้น อาจจะถูกมารมันแกล้งเอาจนวิชาใช้ไม่ได้ก็มี

ดังนั้น  แม่ชีจันท์นั้น  ไม่ใช่ว่าท่านจะรู้ญาณดี หรือปฏิบัติธรรมได้ดีทุกวัน  แต่วันที่หลวงพ่อถามนั้น  แม่ชีจันท์ท่านมีรู้ญาณดีที่สุด  หลวงพ่อจึงถามแม่ชีจันท์

วันอื่นๆ หรือเรื่องอื่น แม่ชีจันท์ไม่ได้มีความรู้ในวิชาธรรมกายเก่งกาจกว่าคนอื่น เพราะ แม่ชีจันท์เป็นเพียง “รองหัวหน้าเวร” ในการปราบมารเท่านั้น  

หัวหน้าเวรก็คือ แม่ชีถนอม อาสไวย์..